กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ 2569 ค้างกี่งวดถึงยึดรถ และลูกหนี้มีสิทธิอะไรบ้าง

ปัญหาการผ่อนรถไม่ไหวและค้างชำระค่างวด เป็นเรื่องที่เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยกำลังกังวล โดยเฉพาะคำถามว่า “กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร ค้างค่างวดกี่เดือนจึงจะถูกยึดรถ ไฟแนนซ์สามารถเข้ามาเอารถไปได้ทันทีหรือไม่ หากไม่ยอมคืนรถจะเกิดอะไรขึ้น และเมื่อรถถูกยึดแล้วจะยังมีหนี้ส่วนต่างอีกหรือไม่

ในปี 2569 เรื่องนี้มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยมากขึ้น โดยหลักเกณฑ์หลายด้านเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เช่น การเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการและเบี้ยปรับ ประเภทค่าบริการที่เรียกเก็บได้ การตัดชำระหนี้ การปิดบัญชีก่อนกำหนด และการให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม

ดังนั้น ผู้ที่กำลังมีปัญหาค้างค่างวดรถควรทำความเข้าใจทั้ง กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ สิทธิของผู้เช่าซื้อ ขั้นตอนการบอกเลิกสัญญา และ แนวทางแก้ไขหนี้ เพื่อไม่ให้สถานการณ์รุนแรงจนเกินแก้ไข


กฎของไฟแนนซ์

ในการยึดรถ คืออะไร?

กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ 2569 คำว่า “ไฟแนนซ์ยึดรถ” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป แต่ในทางกฎหมายควรทำความเข้าใจว่า การนำรถกลับคืนไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์สามารถใช้กำลังเข้าไปเอารถจากที่ใดก็ได้ตามต้องการ

กรณีรถยนต์ที่อยู่ภายใต้ สัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ชำระค่างวดตามที่กำหนดในสัญญา หากเกิดการผิดนัดตามเงื่อนไข ผู้ให้เช่าซื้อสามารถดำเนินการตามสิทธิในสัญญาและกฎหมายได้

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ระบุข้อมูลคำถามที่พบบ่อยว่า กรณีผู้เช่าซื้อค้างชำระค่างวดรถยนต์ครบ 3 งวด ไฟแนนซ์สามารถยกเลิกสัญญา และมีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าอีก 30 วัน ก่อนดำเนินการยึดรถในกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ได้ยินยอมส่งมอบรถ

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไม่ควรนำตัวเลข “3 งวด” ไปตีความว่าไฟแนนซ์ทุกแห่งและทุกสัญญาจะมีขั้นตอนเหมือนกันทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาสัญญา ประเภทของธุรกรรม วันที่ทำสัญญา และกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสัญญานั้นด้วย


ค้างค่างวดรถกี่งวด ไฟแนนซ์ถึงยึดรถ?

นี่เป็นคำถามยอดนิยมที่สุดเกี่ยวกับ กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ

ข้อมูลของ สคบ. ระบุว่า หากผู้ร้องค้างชำระค่างวดรถยนต์ครบ 3 งวด ไฟแนนซ์สามารถยกเลิกสัญญา และมีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าอีก 30 วัน ก่อนที่จะสามารถดำเนินการยึดรถได้ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมส่งมอบรถ

จึงสามารถอธิบายภาพรวมได้ว่า

ค้างชำระ → เข้าสู่กระบวนการติดตาม → ผิดนัดตามเงื่อนไข → บอกเลิกสัญญา → แจ้งเตือนตามขั้นตอน → ดำเนินการเรียกรถคืน

แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่เริ่มค้างชำระไม่ควรรอจนถึงงวดที่ 3 แล้วค่อยติดต่อไฟแนนซ์

เพราะในปี 2569 หลักเกณฑ์ของ ธปท. ให้ความสำคัญกับการให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องมีแนวทางช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาชำระหนี้ และต้องเสนอการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนถึงขั้นตอนสำคัญบางประการ เช่น การโอนขายลูกค้า การยึดรถ หรือการดำเนินการตามกฎหมาย


ไฟแนนซ์ยึดรถได้ทันทีหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ควรเข้าใจว่าเพียงแค่ค้างค่างวด 1 งวดแล้วไฟแนนซ์จะสามารถเข้ามายึดรถทันทีทุกกรณี

การผิดนัดชำระหนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการ แต่การนำรถกลับคืนต้องพิจารณาสิทธิและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

หากผู้เช่าซื้อ ยินยอมส่งมอบรถ กระบวนการส่งคืนอาจเกิดขึ้นได้ตามข้อตกลงและเอกสารที่ลงนาม

แต่ถ้าผู้เช่าซื้อไม่ยินยอม การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและสิทธิของคู่สัญญา

สิ่งที่ผู้เช่าซื้อควรระวังคือ อย่าใช้วิธีซ่อนรถ ย้ายรถไปสถานที่ที่ติดตามไม่ได้ หรือนำรถไปขายต่อเพื่อหลีกเลี่ยงไฟแนนซ์ เพราะอาจทำให้ปัญหาหนี้กลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ซับซ้อนมากขึ้น


กฎใหม่ของไฟแนนซ์ปี 2569 ก่อนยึดรถ ลูกหนี้ควรรู้อะไร?

หนึ่งในประเด็นสำคัญของปี 2569 คือการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดย ธปท.

หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการหลายด้าน โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นธรรม และได้รับความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้

ที่น่าสนใจคือ หลักเกณฑ์ด้าน Responsible Lending หรือการให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม กำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจเสนอการปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกค้าที่มีปัญหา โดยมีหลักสำคัญคือ เสนอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย 1 ครั้ง และหลังเป็นหนี้เสียอีก 1 ครั้ง ก่อนเข้าสู่กระบวนการบางอย่าง เช่น โอนขายลูกค้า ยึดรถ หรือดำเนินการตามกฎหมาย

นี่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้รถควรให้ความสนใจ เพราะปัญหาค้างค่างวดไม่ได้มีเพียงทางเลือก “จ่ายต่อหรือโดนยึดรถ” เท่านั้น แต่ควรสอบถามแนวทางปรับโครงสร้างหนี้กับไฟแนนซ์ด้วย


ขั้นตอนการยึดรถของไฟแนนซ์โดยทั่วไป

เพื่อให้เข้าใจ กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ ได้ง่ายขึ้น สามารถแบ่งกระบวนการออกเป็นขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. เริ่มค้างค่างวด

เมื่อผู้เช่าซื้อไม่สามารถชำระค่างวดได้ตามกำหนด จะถือว่าเริ่มมีปัญหาการชำระหนี้

ในขั้นตอนนี้ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์ ไม่ควรรอให้มีการค้างสะสมหลายงวด

2. ไฟแนนซ์ติดตามทวงถาม

ไฟแนนซ์หรือผู้รับมอบหมายอาจติดต่อเพื่อแจ้งยอดค้างและติดตามการชำระ

ลูกหนี้ควรตรวจสอบยอดหนี้และขอข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อมีข้อสงสัย

3. เข้าสู่กระบวนการผิดนัดตามสัญญา

หากยังไม่ชำระตามเงื่อนไข อาจเข้าสู่กระบวนการผิดนัดและบอกเลิกสัญญาตามที่กำหนด

4. แจ้งบอกเลิกสัญญาและเตือน

ตามข้อมูลของ สคบ. กรณีค้างครบ 3 งวดและเข้าเงื่อนไขที่ระบุ จะมีการยกเลิกสัญญาและแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน ก่อนดำเนินการยึดรถหากผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมคืนรถ

5. ดำเนินการนำรถกลับคืน

หากผู้เช่าซื้อไม่แก้ไขสถานการณ์และไม่ส่งมอบรถตามขั้นตอน ไฟแนนซ์สามารถดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายและสัญญา


ถ้าไฟแนนซ์มาขอยึดรถ เจ้าของรถควรทำอย่างไร?

เมื่อมีเจ้าหน้าที่หรือผู้รับมอบหมายจากไฟแนนซ์มาติดต่อเรื่องรถ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติและตรวจสอบเอกสาร

ควรตรวจสอบว่า

  • ผู้มาติดต่อเป็นใคร
  • มาจากบริษัทใด
  • มีหนังสือมอบอำนาจหรือไม่
  • รถคันดังกล่าวอยู่ในสัญญาใด
  • มียอดค้างเท่าไร
  • สัญญาถูกบอกเลิกแล้วหรือยัง
  • ต้องการให้ผู้เช่าซื้อดำเนินการอย่างไร

หากมีการขอให้เซ็นเอกสารส่งมอบรถ ควรอ่านให้ครบทุกข้อก่อนเซ็น

โดยเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับ

การยอมรับหนี้ การยอมรับสภาพรถ การยินยอมส่งมอบรถ และภาระหนี้ที่ยังเหลือ

หากไม่เข้าใจเอกสาร ไม่ควรรีบเซ็นเพียงเพราะถูกกดดัน


ไฟแนนซ์สามารถใช้กำลังยึดรถได้หรือไม่?

คำว่า “ยึดรถ” ไม่ควรตีความว่าไฟแนนซ์มีสิทธิใช้กำลังกับเจ้าของรถ

การติดตามทวงถามหนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการใช้ความรุนแรง ข่มขู่ หรือทำให้เกิดความเสียหายไม่ใช่วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย

หากเกิดเหตุการณ์ที่มีการข่มขู่หรือใช้กำลัง ผู้เช่าซื้อควรเก็บหลักฐาน เช่น

  • ภาพถ่าย
  • วิดีโอ
  • ข้อความ
  • เอกสาร
  • ชื่อและบริษัทของผู้มาติดต่อ
  • วันและเวลาที่เกิดเหตุ

และควรขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย


ไม่คืนรถให้ไฟแนนซ์ จะมีความผิดหรือไม่?

อีกคำถามสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ คือ หากไฟแนนซ์แจ้งให้คืนรถแล้วไม่คืน จะติดคุกหรือไม่

คำตอบไม่ควรเหมารวมว่า “ไม่คืนรถ = ติดคุก”

เพราะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบทางกฎหมายของแต่ละกรณี

อย่างไรก็ตาม การนำรถไปซ่อน ขาย โอน จำนำต่อ หรือดำเนินการอื่นโดยไม่มีสิทธิ อาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายเพิ่มเติมได้

ดังนั้น หากมีหนังสือแจ้งให้คืนรถ ควรติดต่อไฟแนนซ์เพื่อเจรจาและตรวจสอบสิทธิของทั้งสองฝ่าย แทนที่จะหลีกเลี่ยงการติดต่อ


รถถูกยึดแล้ว หนี้หมดเลยหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องหมด

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย

หลายคนคิดว่าเมื่อไฟแนนซ์นำรถไปแล้ว ภาระหนี้จะสิ้นสุดทันที แต่ในทางปฏิบัติอาจมีการคำนวณภาระหนี้ที่ยังเหลืออยู่ตามสัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับ

ตัวอย่างเช่น

ยอดหนี้ที่เกี่ยวข้องกับรถ = 400,000 บาท

รถถูกนำไปขายได้ = 300,000 บาท

อาจเกิดส่วนต่างที่ต้องพิจารณาว่าผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดหรือไม่ และจำนวนเท่าใด

การคำนวณจริงต้องดูรายละเอียดสัญญา วันที่ทำสัญญา ราคาขายรถ ค่าใช้จ่าย และหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับธุรกรรมนั้น

จึงไม่ควรเชื่อคำกล่าวว่า “คืนรถแล้วไม่ต้องจ่ายอะไรอีก” โดยไม่ตรวจสอบเอกสาร


รถถูกยึดแล้วมีหนี้ส่วนต่างหรือไม่?

คำว่า “หนี้ส่วนต่างรถยึด” เป็นคำที่ผู้บริโภคควรทำความเข้าใจ

เมื่อรถถูกนำไปขาย หากเงินที่ได้รับจากการขายไม่เพียงพอต่อภาระที่กฎหมายและสัญญากำหนด ผู้เช่าซื้ออาจยังมีหนี้เหลืออยู่

แต่การคำนวณไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์สามารถนำยอดทุกอย่างมารวมแล้วเรียกเก็บได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ในปี 2569 ธปท. มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ การตัดชำระหนี้ และการให้บริการอย่างเป็นธรรมสำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับ

ดังนั้น หากได้รับเอกสารเรียกเก็บส่วนต่าง ควรขอรายละเอียดการคำนวณจากไฟแนนซ์ และตรวจสอบว่ายอดดังกล่าวมาจากรายการใด


ถ้าผ่อนไม่ไหว ควรทำอย่างไรก่อนโดนยึดรถ?

หากรู้ตัวว่าผ่อนรถต่อไม่ไหว สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ อย่าหายจากไฟแนนซ์

ควรติดต่อเจ้าหนี้ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา

แนวทางที่อาจสอบถาม ได้แก่

ขอปรับโครงสร้างหนี้

สอบถามว่าสามารถลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระ หรือปรับเงื่อนไขตามมาตรการที่มีได้หรือไม่

ขอพักหรือเลื่อนการชำระ

บางกรณีอาจมีแนวทางช่วยเหลือขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการและสถานะของลูกหนี้

ขอทราบยอดปิดบัญชี

หากมีเงินก้อน อาจสอบถามยอดปิดบัญชีเพื่อเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

เจรจาเรื่องการคืนรถ

หากไม่สามารถรักษารถไว้ได้จริง ควรเจรจากับไฟแนนซ์เรื่องการส่งคืนรถและขอเอกสารยืนยันทุกครั้ง

การพูดคุยตั้งแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสช่วยให้สถานการณ์จัดการได้ง่ายกว่าการรอจนรถเข้าสู่ขั้นตอนยึด


กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ กับสิทธิของผู้เช่าซื้อ

ผู้เช่าซื้อไม่ได้มีเพียงหน้าที่ต้องชำระหนี้ แต่ยังมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

หลักเกณฑ์ของ ธปท. ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมเรื่องสำคัญ เช่น

  • การเปิดเผยดอกเบี้ย
  • การเปิดเผยค่าบริการ
  • เบี้ยปรับ
  • ค่าบริการที่เรียกเก็บได้
  • การตัดชำระหนี้
  • การปิดบัญชีก่อนกำหนด
  • การให้บริการอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม
  • การใช้บริการผู้ให้บริการภายนอก

นอกจากนี้ ธปท. ระบุว่าธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าสู่กรอบการกำกับตามพระราชกฤษฎีกาที่มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยมีขอบเขตครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าเงื่อนไข

ดังนั้น ในปี 2569 ผู้บริโภคควรตรวจสอบว่าบริษัทที่ทำสัญญาด้วยอยู่ภายใต้กฎหมายหรือการกำกับดูแลใด เพราะไม่ใช่ธุรกรรมเกี่ยวกับรถทุกประเภทจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด


ไฟแนนซ์ทวงหนี้ได้ถึงกี่โมง?

การติดตามทวงถามหนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายทวงถามหนี้ ไม่ควรมีการข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ดูหมิ่น หรือเปิดเผยข้อมูลหนี้ของลูกหนี้ต่อบุคคลอื่นโดยไม่ชอบ

ดังนั้น หากมีปัญหาค้างค่างวด ผู้เช่าซื้อควรแยกให้ออกระหว่าง

“ไฟแนนซ์มีสิทธิติดตามหนี้”

กับ

“ไฟแนนซ์สามารถใช้วิธีใดก็ได้เพื่อเอารถคืน”

สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

หากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ควรเก็บหลักฐานและสอบถามช่องทางร้องเรียนของบริษัท รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


หากรถยังติดไฟแนนซ์ สามารถนำไปขายหรือจำนำได้หรือไม่?

ผู้เช่าซื้อควรระมัดระวังอย่างมาก

รถที่ยังอยู่ภายใต้สัญญาเช่าซื้ออาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิในการจำหน่าย โอน หรือใช้เป็นหลักประกันกับบุคคลอื่น

ดังนั้น หากมีบุคคลเสนอว่า

“รับซื้อรถติดไฟแนนซ์”

หรือ

“รับจำนำรถติดไฟแนนซ์”

ควรตรวจสอบสิทธิและสัญญาเดิมก่อนทุกครั้ง

การนำรถไปทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจสร้างปัญหาทั้งกับไฟแนนซ์และบุคคลที่รับรถต่อ


7 สิ่งที่ควรทำเมื่อเริ่มค้างค่างวดรถ

หากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะจ่ายค่างวดไม่ไหว ให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้

1. เช็กยอดค้างจริง

อย่าใช้ตัวเลขจากความจำ ควรขอ Statement หรือข้อมูลยอดค้างจากไฟแนนซ์

2. ติดต่อไฟแนนซ์ทันที

แจ้งปัญหาและสอบถามมาตรการช่วยเหลือ

3. ขอปรับโครงสร้างหนี้

สอบถามว่ามีทางเลือกใดที่ทำให้ค่างวดเหมาะสมกับรายได้ปัจจุบัน

4. อย่าซ่อนรถ

การซ่อนรถไม่ได้ทำให้หนี้หาย และอาจทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น

5. อย่านำรถไปขายโดยพลการ

ควรตรวจสอบสิทธิในรถและสัญญาก่อน

6. เก็บเอกสารทุกฉบับ

รวมถึง SMS หนังสือแจ้งเตือน ใบเสร็จ และเอกสารจากไฟแนนซ์

7. หากมีหมายศาล ให้ดำเนินการทันที

ไม่ควรเพิกเฉย เพราะการเข้าสู่กระบวนการศาลมีขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ควรให้ความสำคัญ


FAQ กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ

ค้างค่างวดรถกี่งวดไฟแนนซ์ยึดรถได้?

ข้อมูล FAQ ของ สคบ. ระบุกรณีค้างชำระครบ 3 งวด ไฟแนนซ์สามารถยกเลิกสัญญาและมีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน ก่อนดำเนินการยึดรถหากผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมคืนรถ อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีประกอบด้วย

ค้างค่างวดรถ 1 งวดโดนยึดไหม?

การค้าง 1 งวดถือเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาการชำระหนี้ แต่ไม่ควรสรุปว่าไฟแนนซ์จะยึดรถทันทีทุกกรณี สิ่งสำคัญคือควรรีบติดต่อไฟแนนซ์ก่อนที่ยอดค้างจะสะสม

ไฟแนนซ์ยึดรถเองได้ไหม?

ต้องพิจารณาสิทธิและขั้นตอนตามสัญญาและกฎหมาย การยึดหรือเรียกรถคืนไม่ใช่การอนุญาตให้ใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่เจ้าของรถไม่คืนรถให้ไฟแนนซ์ติดคุกหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปว่าไม่คืนรถแล้วจะติดคุกโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาพฤติการณ์และข้อกฎหมายของแต่ละกรณี แต่การซ่อนรถ ขายรถ โอนรถ หรือกระทำการอื่นที่อาจเข้าข่ายความผิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมายได้

คืนรถให้ไฟแนนซ์แล้วหนี้หมดหรือไม่?

ไม่จำเป็น การคืนรถอาจไม่ได้ทำให้ภาระหนี้สิ้นสุดทันที เพราะอาจมีการคำนวณยอดที่ยังต้องรับผิดหลังจากรถถูกนำไปขายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องรถถูกยึดแล้วต้องจ่ายส่วนต่างไหม?

อาจมีภาระส่วนต่าง ขึ้นอยู่กับประเภทสัญญา การคำนวณยอดหนี้ ราคาขายรถ และกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสัญญานั้ถ้าผ่อนไม่ไหวควรคืนรถเลยไหม?

ไม่ควรตัดสินใจทันที ควรติดต่อไฟแนนซ์เพื่อสอบถามการปรับโครงสร้างหนี้หรือมาตรการช่วยเหลือก่อน เพราะในปี 2569 หลักเกณฑ์ของ ธปท. ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาชำระหนี้

ไฟแนนซ์สามารถทวงหนี้ด้วยการข่มขู่ได้หรือไม่?

ไม่ได้ การติดตามหนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือเปิดเผยข้อมูลหนี้โดยไม่ชอบอาจเป็นปัญหาทางกฎหมายได้


สรุปกฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ 2569

กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ เป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มมีปัญหาการเงินและค้างชำระค่างวด

ข้อมูลของ สคบ. ระบุกรณีค้างชำระครบ 3 งวดและมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วันก่อนดำเนินการยึดรถในกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมคืนรถ

ขณะเดียวกัน ในปี 2569 ธปท. ได้ยกระดับหลักเกณฑ์กำกับธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยหลักเกณฑ์หลายด้านมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 และให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูล ความเป็นธรรม และการช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาชำระหนี้

ดังนั้น หากกำลังผ่อนรถและเริ่มมีปัญหา สิ่งที่ดีที่สุดคือ อย่าหนี อย่าซ่อนรถ และอย่าปล่อยให้หนี้สะสมโดยไม่ติดต่อไฟแนนซ์

ควรเริ่มจากการตรวจสอบยอดค้าง เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ขอทราบทางเลือกทั้งหมด และเก็บเอกสารการติดต่อไว้เป็นหลักฐาน

เพราะการรู้ กฎของไฟแนนซ์ในการยึดรถ ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะตอนที่รถกำลังจะถูกยึดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของรถสามารถวางแผนแก้ปัญหาหนี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาทในอนาคต


แหล่งข้อมูลอ้างอิงหลัก: ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าหลักเกณฑ์กำกับธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์/รถจักรยานยนต์หลายส่วนมีผลตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ขณะที่ สคบ. มี FAQ ระบุแนวทางกรณีค้างชำระครบ 3 งวดและการแจ้งเตือน 30 วันก่อนการยึดรถในกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมคืนรถ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *